[SF SHERLOCK BBC] Until whenever

posted on 23 Jul 2013 00:57 by doctorblueberry in FanFiction
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด กว่าจะได้มาต่อค่ะ นานมากกกกก (แหะๆ เจ็ดเดือนเอ๊งงงงง)
ก่อนหน้านี้มีปัญหาสุขภาพค่ะ ลากยาวกันไป หลังฟื้นคืนตัวก็มัวยุ่งอยู่กะเรื่องเรียนเรื่องงาน ตอนนี้อะไรๆดีขึ้นมากมายก่ายกองค่ะ ช่วงนี้ว่างมากขึ้นมาก เรียนก็ใกล้จบแล้ว เย้ๆ (แต่ใกล้ที่ว่าก็อีกอย่างน้อยห้าหกเดือนนั่นล่ะค่ะ แต่เอาเถอะเราก็ถือว่าใกล้ ดัชนี้ชี้วัดเพราะเรามีเวลาว่างหายใจแล้ว เย้)
 
 
โอย พล่ามอะไรก็ไม่รู้ค่ะข้างบนนั่น เอาฟิคมาต่อแล้วค่ะ (จริงเขียนเสร็จได้ซักพักหนึ่งแล้ว แต่ลืม ลืมจริงจัง บ่งบอกได้เลยว่าหัวเบลอมากกก จริงๆเรื่องแบบนี้เราไม่เคยลืมเลยค่ะ พอได้อ่านฟิคคุณปูนแล้วนึกออกว่าเราก็มีฟิคค้างที่เขียนเสร็จแล้วนี่หว่า )

 
เป็น AU นะคะ AU ซะบางทีอาจมีหลุดคาแรคเตอร์ไปบ้าง น้อมรับคำติชมนะคะ วิจารณ์กันได้เต็มที่ค่าาาา ฟิคเชอร์ล็อคเรื่องแรกเลยค่ะ เขียนยากมาเบยยยยยยย ถึงจะสั้น(มาก)แต่ก็ตื่นเต้นจังเวลาเขียน 
 
 
อันนี้เป็นตอนอินโทร เผื่อลืมกันไปแล้วววว 
 
อ่านกันโลดดดดดด
 
.
.
.
.
.

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ก้าวเท้ายาวๆเร่งฝีเท้าเดินฝ่าอากาศฤดูหนาวช่วงใกล้วันสิ้นปีหนาวจนแทบจะกรีดลงไปถึงกระดูก แสงไฟกระพริบตกแต่งอยู่ตามต้นไม้แวบวาบชวนรำคาญลูกตา พ่นลมหายใจยาวไม่สบอารมณ์แม้จะผ่านช่วงเวลาโต้เถียงซึ่งถือเป็นกิจวัตรประจำทุกครั้งที่พบหน้ากับไมครอฟมาพอสมควรแล้ว แต่สิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจกลับแล่นฉิวราวกับกรดซึ่งไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะจนอยากจะสำรอกออกมาทางปาก สายตาเพ่งมองฝ่าแสงแวววาวตามต้นไม้ริมทางเดินตรงไปยังสวนสาธารณะใกล้ๆ เชอร์ล็อคชะลอฝีเท้าลงเปลี่ยนทิศทางตรงไปยังเก้าอี้ใต้ดงต้นไม้หย่อนตัวลงนั่ง ซบใบหน้าลงกับฝ่ามือนวดคลึงตรงบริเวณขมับเพื่อผ่อนคลายความคิดที่ไหลวนอยู่ในหัว คิดอยากจะสะบัดมันออกไปให้พ้น

 

บางครั้งเรื่องราวในความเป็นจริงซึ่งมีเหตุผลอ้างอิงได้ร้อยแปดประการ ก็ดูพิลึกพิลั่นราวกับเป็นเรื่องโกหก และในหลายๆคราวเรื่องราวเหนือจริงในความฝันกลับดูเสมือนจริงจนแทบอยากจะบอกตัวเองให้เชื่อว่าเป็นในแบบนั้น

 

เชอร์ล็อคเคยเชื่อในเรื่องอิทธิพลความรัก แม้จะเป็นเพียงหนึ่งครั้งในชีวิต หลงจมอยู่กับเรื่องราวเพ้อฝันเหนือความจริงหลอกตัวเองว่าให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น จนวันหนึ่งเหมือนถูกตบเข้ากลางหน้าอย่างจังให้รับรู้ถึงความอ่อนหัดในความหลงใหลของตัวเอง วันที่คนรักเก่าของเขาจากไปกับคนอื่น  

 

จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิในปีหนึ่ง ความจริงพิลึกพิลั่นชวนปั่นป่วนราวกับมีฝูงฝีเสื้อบินวนในช่องท้องก็เกิดขึ้นอีกครั้งราวกับเรื่องโกหก ขณะที่เขาทำหน้าเหม็นเบื่อฟังไมครอฟพูดจายืดยาวถึงหลักการและเหตุผลการใช้ชีวิตเพื่อเป็นโฮล์มส์ที่ดีหน้าห้องสมุดของตระกูลใกล้พุ่มดอกแมกโนเลีย สายลมเบาๆพัดผ่านกลิ่นหอมฟุ้งกระจายของดอกไม้เหมือนเคย หากแต่คราวนี้กลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆบางอย่างแทรกผสมปนจนทำให้เชอร์ล็อคเผลอกำมือเข้าหากันด้วยความตื่นเต้น จมูกโด่งย่นก่อนจะสูดเอากลิ่นจางๆนี้เข้าเต็มปอดกลัวว่ากลิ่นอ่อนนี้จะหายไป ในขณะสองขาออกวิ่งผละจากไมครอฟซึ่งทำหน้าตาตกใจตั้งแต่ตอนที่เชอร์ล็อคเริ่มทำจมูกย่นสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อหาต้นตอกลิ่นหอมนี้ เชอร์ล็อควิ่งเลี้ยวผ่านดงดอกไม้ตัดเข้าบริเวณที่ตั้งม้าหินอ่อนสำหรับอ่านหนังสือกลางแจ้งด้านนอกห้องสมุดในดงดอกแมกโนเลีย ก็พบชายวัยกลางคนผมบลอนด์ตัดสั้นในเสื้อจัมเปอร์ลายขวางสีขาวสลับดำนั่งอ่านหนังสือ

 

เชอร์ล็อคย่นจมูกฟุดฟิดสำรวจกลิ่นให้แน่ใจอีกคราว กลิ่นหอมซึ่งไม่เคยสัมผัสมาก่อนจากที่อ่อนจางเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นตามระยะห่างที่ลดลงระหว่างเขาและชายแปลกหน้าคนนี้ เชอร์ล็อคเพ่งมองด้านหลังของชายสูงวัยกว่า ก้าวเท้าประชิด โน้มตัวเข้าใกล้ขณะที่จมูกโด่งก้มสูดกลิ่นบริเวณไรผมด้านหน้าใบหู ก่อนจะไล่สูดกลิ่นต่อไปตามเส้นผมหลังต่อใบหูและด้านหลังคอด้วยความรวดเร็ว มุมปากกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ ความตื่นเต้นเข้าจู่โจมเชอร์ล็อคอีกครั้งขณะที่กำลังประมวลผลผสมออกเป็นกลิ่นน้ำหอมอยู่ภายในความคิด เสี้ยววินาทีที่ผละตัวออกเพื่อนึกสูตรเคมี สายตาพยายามโฟกัสปรับภาพจากไรผมสีบลอนด์กลับกลายเป็นใบหน้าตกใจของชายคนนี้เข้ามาพร้อมกับหมัดลุ่นๆเสยปลายคางและเสียงสบถดังลั่นตามมาให้ได้ยินก่อนที่เชอร์ล็อคจะรู้สึกแรงกระแทกของหัวตัวเองกับพื้นด้านล่าง...นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพบกับ จอห์น วัตสัน

 

 

เชอร์ล็อคกลืนก้อนความโกรธขึ้งลงกระเพาะไปพร้อมๆกับน้ำลายอึกใหญ่ หลังจากนั่งปล่อยใจกับความนึกคิดที่ไม่น่าจะปรากฏอยู่ภายในสมองของตัวเอง ถอนหายใจยาวอีกครั้งรำคาญเสียงเพลงที่ดังแว่วจากดงร้านค้าในย่านนี้  มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดอย่างรวดเร็ว

 

สวนสาธารณะถัดจากแฟลตของนาย - SH

 

เชอร์ล็อคนั่งเคาะนิ้วมือกับพนักเก้าอี้คอยหลังจากกดส่งข้อความ เริ่มนับตัวเลขในใจได้ถึงเลขแปดขณะที่เสียงข้อความเข้าดังขึ้นให้ได้ยิน

 

ฉันไม่ว่าง - JW

 

เรื่องด่วน อันตราย อาจถึงชีวิตได้ - SH

 

เชอร์ล็อคหย่อนโทรศัพท์มือถือเก็บลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทขณะนั่งเคาะนิ้วกับพนักเก้าอี้อีกครั้ง รอยยิ้มตรงมุมปากมีขึ้นเมื่อเห็นร่างสัดทัดของจอห์นวิ่งกระหืดกระหอบตรงดิ่งมาหา เชอร์ล็อคยกนาฬิกาขึ้นดู สองนาทีพอดีไม่ขาดไม่เกิน

 

“เกิด.....” จอห์นหยุดยืนตรงหน้าเชอร์ล็อค ก่อนจะโบกมือขอเวลานอก โค้งตัวก้มหน้าลง อ้าปากสูดอากาศเข้าปอดอย่างเหนื่อยหอบ “เกิดอะไรขึ้น นายเป็นอะไรหรือเปล่า” จอห์นเริ่มเดินเข้าไปใกล้เพื่อนเพื่อสำรวจความผิดปกติ แต่เมื่อเดินรอบๆแล้วยังเห็นเชอร์ล็อคนั่งเฉย คิ้วสีบลอนด์จึงเลิกขึ้นด้วยความสงสัยก่อนจะพึมพำเสียงบางอย่างที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเข้าใจอะไรบางอย่างแจ่มแจ้ง

 

“เชอร์ล็อค ฉันไม่ว่างมานั่งเล่นตามใจนายอย่างนี้หรอกนะ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ว่าง แล้วพรุ่งนี้ก็เดดไลน์ที่ฉันจะต้องส่งต้นฉบับแล้วด้วย” จอห์นยืนกอดอกขณะตะโกนใส่คนตัวสูงกว่าด้วยความโกรธ และโกรธเข้าไปอีกเมื่อเชอร์ล็อคยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้นิ่งๆ

 

“ฉันไม่ได้เล่น เรื่องเร่งด่วนจริง” เสียงทุ้มพูดปกติ จอห์นยังคงยืนกอดอกนิ่งรอคำอธิบาย แต่เชอร์ล็อคก็เลือกที่จะนั่งนิ่งจ้องตาของจอห์น

 

“ทะเลาะกับไมครอฟ โอ้ เชอร์ล็อคให้ตายสิ ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงของนายนะ”

 

“เยี่ยม จอห์นนายเดาถูกแล้ว แล้วไงต่อ” เชอร์ล็อคพูดไปพลางขยับตัวไปชิดริมฝั่งหนึ่งของเก้าอี้ ก่อนหันไปพยักหน้าให้จอห์นนั่ง แต่จอห์นกลับยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

“แล้วไงต่อ???? ฉันไม่ใช่ไอ้บ้าที่ส่งข้อความหาคนอื่นกลางดึกว่า เรื่องด่วน อันตราย อาจถึงชีวิตได้” จอห์นเสียงดังขณะทำมือเป็นเครื่องหมายคำพูด

 

“แล้วทำไมฉันจะต้องมาทายว่ามีอะไรต่อ ให้กับเกมแก้เบื่อของนายด้วย” จอห์นตะโกนใส่เชอร์ล็อคพร้อมกับเดินหันหลับกลับทันที

 

“โอ้ จอห์น ไม่เอาน่า คอลัมน์ของนายก็เขียนใกล้เสร็จแล้ว ใต้ตานายดำคล้ำแสดงว่าอดนอนมาแล้วหลายวัน ลูกตานายพยายามปรับหาโฟกัสตลอดเวลาตอนที่จ้องหน้าฉัน กับรอยย่นระหว่างหัวคิ้วนายหมายความว่านายนั่งจ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มานานแล้วหลายชั่วโมง...ไม่ ไม่สิหลายวันโดยไม่ได้พัก ระหว่างที่นายแวบมองระหว่างหน้าฉันสลับกับแสงไฟสีส้มหน้าร้านฝั่งตรงข้ามยิ่งทำให้ตานายจับโฟกัสได้ยากขึ้น นั่งลงซะจอห์น แล้วมองไปที่ใบไม้สีเขียวด้านข้างนั่น ถึงจะมืดแต่เชื่อเถอะสายตานายก็ยังเห็นสีเขียวได้จากเสาโคมไฟเหนือหัวเราตอนนี้ แม้จะไม่ชัดเหมือนตอนกลางวันก็เถอะ แต่ก็จะทำให้สายตานายได้พักด้วยการมองอะไรสีเขียวหรือสีฟ้าอ่อน ส่วนตอนสุดท้ายของคอลัมน์ที่นายคิดไม่ตกเขียนไม่ได้ซะทีว่าจะเขียนบทสรุปให้คะแนนแนะนำกับร้านไหนดี ทั้งๆที่นายชอบร้านทั้งสองร้านนั่น ฉันขอแนะนำว่าเขียนเลือกร้านเบเกอร์รี่ที่มีลายการ์ตูนอีเดียทเต็มอยู่หน้าร้านนั้นไปซะ จะตรงใจคนอ่านในช่วงเวลาใกล้สิ้นปีที่เด็กๆเอาแต่แหกปากเรียกร้องให้พ่อแม่พาไปมากกว่า ไม่เอาน่าจอห์น จะมองฉันแบบนั้นทำไม หนังสือที่นายเขียนให้ กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มคนมีครอบครัวเป็นส่วนใหญ่นะ แล้วทีนี้นั่งลงซะจอห์น ฉันไม่ชอบพูดย้ำสิ่งที่ฉันพูดไปแล้วหลายรอบ” เชอร์ล็อคพูดเสียงเรียบรวดเร็วรวดเดียวจบ

 

จอห์นอ้าปากค้างและหย่อนก้นลงตรงบริเวณเก้าอี้ส่วนที่ว่างอย่างว่าง่าย  จอห์นรู้ว่าเชอร์ล็อคเป็นคนช่างสังเกต ความสังเกตมีประโยชน์กับงานของเชอร์ล็อคเสมอ จอห์นได้รับคำบอกกล่าวมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เชอร์ล็อคแสดงความช่างสังเกตให้จอห์นเห็นประจักษ์กับตาก็ตาม แต่จอห์นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งทุกครั้ง และจอห์นก็ต้องพบว่าเขาเองประหลาดใจมากรวมถึงไม่คิดว่าตัวเองจะมาเป็นเพื่อนสนิทกับเชอร์ล็อค โฮล์มคนนี้ได้ หลังจากการพบกันที่ไม่น่าประทับใจของเขาทั้งคู่ และรวมถึงอีกหลายๆครั้งต่อมา หลังจากที่ต่อยหน้าเชอร์ล็อคแล้วก็วิ่งหนีมาด้วยความตกใจแล้ว จอห์นก็ต้องผวากับเชอร์ล็อคที่คอยตามมาจนถึงที่อยู่ของตัวเองเหมือนกับสโตรกเกอร์โรคจิต และกว่าจะอธิบายกันให้เข้าใจกันได้ถึงสาเหตุที่เชอร์ล็อคติดใจตามจอห์นว่าเป็นเพียงเพราะ “กลิ่น” ของจอห์นก็ทำเอาจอห์นผวาไปหลายวัน 

 

จอห์นหัวเราะคิกออกมาขณะที่นึกถึงเสียงของเชอร์ล็อคซึ่งพยายามตะโกนอยู่หน้าแฟลตอธิบายถึงความเป็นไปได้ของสูตรเคมีของกลิ่นของจอห์น อธิบายถึงความพิเศษของกลิ่นนั้น รวมไปถึงคำพูดยาวเหยียดเกี่ยวกับความคับข้องใจที่ไม่สามารถจะไขปริศนาแห่งความคาใจนั้นได้ คำขอร้องเพียงแค่ขอให้ตนเองนั้นได้ลองสูดดมกลิ่นนั้นของจอห์นอีกครั้ง และจอห์นยังจดจำความรู้สึกร้อนรนจนเหงื่อตกของตัวเองได้เป็นอย่างดีตอนที่ต้องรีบวิ่งลงมาเปิดประตูแล้วใช้มือปิดปากเชอร์ล็อค และลากเข้ามาในแฟลตอย่างรวดเร็วไม่ให้พูดอะไรมากไปกว่านั้นอีก เพราะจอห์นไม่อยากสบตากับคนด้านนอกถนนที่เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ เพราะคิดว่าเป็นการงอนง้อคืนดีในรูปแบบพิเศษ

 

“แล้วไงต่อ จอห์น...จอห์น” เสียงทุ้มได้ยินในระยะใกล้ ทำเอาจอห์นหยุดจ้องกลุ่มใบไม่สีเขียวตรงหน้า และออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง

 

“เอ่อ..อะแฮ่ม เออ งั้นก็ขอเดาว่าเรื่องด่วนคือทะเลาะกับไมครอฟด้วยเรื่องไร้สาระเท่าที่พวกนายสองคนยังไม่เบื่อที่จะขุดหามาทะเลาะกันได้  ทำไม...อย่ามองฉันแบบนั้นเชอร์ล็อคนี่คือความจริงที่สุดเท่าที่ชั้นอนุมานได้เลย”

 

“เยี่ยม แล้วไงต่อ” เชอร์ล็อคพยักหน้าให้จอห์นพูดต่อ

 

“ส่วนเรื่องอันตราย ก็การทดลองของนายเละเทะไม่เป็นท่า รอบนี้ไปพูดแบบไหนล่ะ ถูกตบแถมกลับมาด้วยมั้ย....เชอร์ล็อค อย่าหาว่างั้นงี้เลยนะ บางทีแรงบันดาลใจเรื่องคิดสูตรน้ำหอมของนาย อาจหาจากอย่างอื่นได้นะ” จอห์นหยุดพูดหันไปมองใบหน้าเชอร์ล็อคที่เลิกคิ้วข้างหนึ่งรอฟัง

 

“อืม..เช่นลองออกไปเที่ยวสูดกลิ่นธรรมชาติ ภูเขา ทะเลอะไรแบบนั้นน่ะ” จอห์นพูดไปพลางยกมือจับท้ายทอยไปพลาง ไอ้เรื่องส่วนตัวบางครั้งเป็นเพื่อนสนิทกันมากแค่ไหน เขาก็กระดากปากที่จะไปสอดเรื่องบนเตียงของเพื่อน แต่พอนึกถึงความเสี่ยงแล้วจอห์นก็อดเป็นห่วงไม่ได้

 

เชอร์ล็อคยกแขนข้างนึงวาดพาดพนักเก้าอี้ผ่านด้านหลังจอห์น เปลี่ยนมานั่งไขว่ห้างขยับตัวเข้าใกล้หันไปทิศทางด้านข้างของจอห์น

 

“ดี กำลังท็อปฟอร์มเลย แล้วไงต่อ” เชอร์ล็อคถามเสียงเบา สายตาไล่มองใบหน้าด้านข้างของจอห์น หยุดจ้องปลายลิ้นสีชมพูซึ่งแลบออกมาเลียริมฝีปาก ก่อนจะเม้มริมฝีปากเปียกชื้นนั้นจนเกือบเป็นเส้นตรง ท่าทางที่จอห์นเผลอทำออกมาทุกครั้งเมื่อรู้สึกลำบากใจ

 

“เรื่องสุดท้ายอันตรายถึงชีวิตนั่นเดาไม่ได้ เดาไม่ถูก” จอห์นพูดพลางพ่นลมหายใจยาว เชอร์ล็อคยิ้มบริเวณมุมปาก โอ จอห์น....จอห์น  ขยับเข้าใกล้คนสูงวัยกว่าขณะที่จอห์นยังนั่งตัวแข็งทื่อ หน้ามองตรงไปที่พุ่มใบไม้สีเขียวตรงหน้าราวกับเป็นสิ่งเดียวในโลกที่น่าสนใจ

 

เชอร์ล็อคสูดกลิ่นรอบตัวจอห์นผ่านอากาศระหว่างทั้งคู่ ถึงจะผ่านมาหลายปีแล้ว เชอร์ล็อคไม่สามารถบอกได้ว่ากลิ่นเฉพาะของจอห์นจะเอามาทำสูตรน้ำหอมได้อย่าง